logo
English (United Kingdom)Thai (ภาษาไทย)

Saturday 04th ¥of September 2010

แหล่งที่มาอื่นๆ

ผู้ที่ออนไลน์ขณะนี้

เรามี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

แบบฟอร์มการเป็นสมาชิก




feed-image Feed Entries
Home
Welcome to the Frontpage
เราได้เข้ามาในโลกนี้เพื่อที่จะเปลี่ยนสิ่งที่คอรัปกฏเกณฑ์ 4/9 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย purifysoul   
วันศุกร์ที่ 03 กันยายน 2010 เวลา 10:05

เราไม่ได้ เข้ามาในโลกนี้เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงกฏเกณฑ์  แต่แทนที่ด้วย

 

เราได้เข้ามาในโลกนี้เพื่อที่จะเปลี่ยนสิ่งที่คอรัปกฏเกณฑ์และคำพูดต่างๆของเรา

ตอนที่ 4/9

        ถึงพวกเขาทั้งหมดที่ได้หันกลับมาหาเรา ความดีงามของเราและความรักของเรานั้นยังคงสม่ำเสมอที่จะนำพวกเขาเพื่อที่จะกลับใจ หันพวกเขาจากความมืดของการโกหกของซาตานกลับมาสู่แสงสว่างของความจริงของเรา ซึ่งได้ปลดปล่อยจากอำนาจของซาตานกลับมาสู่พลังฤทธานุภาพของพระเจ้า (กิจการ 26:16-18),

       เพื่อที่เราอาจจะกระทำสิ่งที่ดีงามแก่เจ้า บุตรของมนุษย์เอ๋ย เจ้าได้เห็นไหมว่าการไม่ตกลงเห็นด้วยใดๆนั้น หรือการถกเถียงท่ามกลางกระดูกแห้งเหล่านี้ เจ้าได้เห็นกระดูกเหล่านั้นหายใจคำปรึกษาการโกหกของซาตานซึ่งได้หลอกลวงมนุษย์เข้าสู่ความเชื่อที่ว่า ทางของพวกเขาได้ถูกต้องชอบธรรมกว่าทางของพระเจ้าไหม ?

กิจการฯ 26:16 แต่ว่าจงลุกขึ้นยืนเถิด ด้วยว่าเราได้ปรากฏแก่เจ้าเพื่อจะตั้งเจ้าไว้ให้เป็นผู้รับใช้และเป็นพยานถึงเหตุการณ์ซึ่งเจ้าเห็น และถึงเหตุการณ์ที่เราจะแสดงตัวเราเองแก่เจ้าในเวลาภายหน้า 26:17 เราจะช่วยเจ้าให้พ้นจากชนชาตินี้และจากคนต่างชาติที่เราจะใช้เจ้าไปหานั้น

26:18 เพื่อจะให้เจ้าเปิดตาของเขา เพื่อเขาจะกลับจากความมืดมาถึงความสว่าง และจากอำนาจของซาตานมาถึงพระเจ้า เพื่อเขาจะได้รับการยกโทษความผิดบาปของเขา และให้ได้รับมรดกด้วยกันกับคนทั้งหลายซึ่งถูกแยกตั้งไว้แล้วโดยความเชื่อในเรา'

       บุตรของมนุษย์เอ๋ย เจ้าไม่แปลกปะหลาดใจหรือว่า น่ามีลักษณะความมืดแบบไหนอีกบ้างซึ่งสามารถที่จะปรากฏเหมือนความสว่าง ? ถ้าเจ้าได้รู้จักสิ่งที่เขียนไว้ว่า เป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์คนใดผ่านทางการกระทำงานต่างๆของความพยายามของตัวเขาเอง จะให้กำเนิดความชอบธรรมใดๆเป็นที่ยอมรับในสายพระเนตรของพระเจ้า (โรม 9:31,32/กาลาเทีย 2:16). แต่ยังคง ถึงแม้ทุกวันนี้ มีประชากรของเรามากมายหลายคนไม่ใช่หรือที่ได้ถูกหลอกลวงเข้าสู่ความเชื่อที่ว่า พวกเขาสามารถที่จะพิสูจน์ว่าตัวเอง ด้วยการกระทำของพวกเขาเอง

โรม 9:31 แต่พวกอิสราเอลซึ่งใฝ่หาพระราชบัญญัติแห่งความชอบธรรม ก็ยังไม่ได้บรรลุตามพระราชบัญญัติแห่งความชอบธรรมนั้น 9:32 เพราะอะไร เพราะเหตุที่เขามิได้แสวงหาโดยความเชื่อแต่แสวงหาโดยการกระทำตามพระราชบัญญัติ เขาจึงสะดุดก้อนหินที่ให้สะดุดนั้น

กาลาเทีย 2:16 ก็ยังรู้ว่าไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมได้โดยการกระทำตามพระราชบัญญัติ แต่โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้น ถึงเราเองก็มีความเชื่อในพระเยซูคริสต์ เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อในพระคริสต์ ไม่ใช่โดยการกระทำตามพระราชบัญญัติ เพราะว่าโดยการกระทำตามพระราชบัญญัตินั้น `ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นคนชอบธรรมได้เลย'

ลูกา 18:9 สำหรับบางคนที่ไว้ใจในตัวเองว่าเป็นคนชอบธรรม และได้ดูถูกคนอื่นนั้น พระองค์ตรัสคำอุปมานี้ว่า 18:10 "มีชายสองคนขึ้นไปอธิษฐานในพระวิหาร คนหนึ่งเป็นพวกฟาริสี และคนหนึ่งเป็นพวกเก็บภาษี 18:11 คนฟาริสีนั้นยืนนึกในใจของตนอธิษฐานว่า `ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ ที่ข้าพระองค์ไม่เหมือนคนอื่นซึ่งเป็นคนฉ้อโกง คนอธรรม และคนล่วงประเวณี และไม่เหมือนคนเก็บภาษีคนนี้

18:12 ในสัปดาห์หนึ่งข้าพระองค์ถืออดอาหารสองหน และของสารพัดซึ่งข้าพระองค์หาได้ ข้าพระองค์ได้เอาสิบชักหนึ่งมาถวาย' 18:13 ฝ่ายคนเก็บภาษีนั้นยืนอยู่แต่ไกล ไม่แหงนดูฟ้า แต่ตีอกของตนว่า `ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโปรดพระเมตตาแก่ข้าพระองค์ผู้เป็นคนบาปเถิด' 18:14 เราบอกท่านทั้งหลายว่า คนนี้แหละเมื่อกลับลงไปยังบ้านของตนก็นับว่าชอบธรรมยิ่งกว่าอีกคนหนึ่งนั้น เพราะว่าทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกเหยียดลง แต่ทุกคนที่ได้ถ่อมตัวลงจะต้องถูกยกขึ้น"

        เจ้าคิดหรือว่าซาตานนั้นได้หยุด จากการพยายามที่จะหลอกลวงคนของเรา จนกระทั่งทุกวันนี้ ด้วยเครื่องมือที่ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดีเพื่อเขา? ไม่ได้มีเขียนไว้หรือว่า หลายคนผู้ซึ่งเรียกเราว่าเป็นพระเจ้า และได้พวกเขาได้เรียกออกชื่อนามของเรา จะยืนต่อหน้าเราและเมื่อเราได้ถามพวกเขาที่จะคิดบัญชี สำหรับของประทานที่ได้มอบแก่พวกเขา จากนั้นพวกเขาได้แทนที่ด้วยการนับการงานและความพยายามของพวกเขาเองมาแทนที่

       หลายคนบอกว่า พระองค์เจ้าข้า พวกเราได้เทศนาประกาศในพระนามของพระองค์ ไม่ใช่หรือ(ฟิลิปปี 1:16/กาลาเทีย 1:6-9)?  หลายคนบอกว่า พระองค์เจ้าข้า พวกเราได้ขับไล่ผีในพระนามของพระองค์ไม่ใช่หรือ (มัทธิว7:21-23)? หลายคนบอกว่าพระองค์เจ้าข้า พวกเราได้พยากรณ์ในพระนามของพระองค์ไม่ใช่หรือ(เยเรมีย์ 23:21)?  หลายคนบอกว่า พวกเขาไม่ได้กระทำงานอย่างน่าอัศจรรย์ในพระนามของพระองค์ไม่ใช่หรือ (มัทธิว7:21-23)?

      เจ้าไม่เห็นหรือว่าสิ่งเหล่านี้ได้หลอกลวงอย่างไร  โดยยินยอมจำนนต่อการโกหกเหล่านั้นของซาตาน ที่ได้ลอกเลียนแบบ เป็นสิ่งลวงตา หันประชากรของเราออกห่างไปจากเรา หลอก ลวงพวกเขาเข้าสู่การติดตามหลังจากการงานของพวกเขาเอง แทนที่จะเป็นการติดตามหลังจากเรา เพื่อสร้างพวกเขา ด้วยทักษะความเชี่ยวชาญของเรา

ฟิลิปปี 1:16 ฝ่ายหนึ่งประกาศพระคริสต์ด้วยการชิงดีชิงเด่นกัน ไม่ใช่ด้วยความจริงใจ จงใจจะเพิ่มความทุกข์ยากให้แก่เครื่องพันธนาการของข้าพเจ้า

กาลาเทีย 1:6 ข้าพเจ้าประหลาดใจนักที่ท่านทั้งหลายได้ผินหน้าหนีโดยเร็วจากพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกท่านให้เข้าในพระคุณของพระคริสต์ และได้ไปหาข่าวประเสริฐอื่น 1:7 ซึ่งมิใช่อย่างอื่นดอก แต่ว่ามีบางคนที่ทำให้ท่านยุ่งยาก และปรารถนาที่จะบิดเบือนข่าวประเสริฐของพระคริสต์ 1:8 แต่แม้ว่าเราเองหรือทูตสวรรค์ ถ้าประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่าน ซึ่งขัดกับข่าวประเสริฐที่เราได้ประกาศแก่ท่านไปแล้วก็ให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง 1:9 ตามที่เราได้พูดไว้ก่อนแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้าพูดอีกว่า ถ้าผู้ใดประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่านที่ขัดกับข่าวประเสริฐซึ่งท่านได้รับไว้แล้ว ผู้นั้นจะต้องถูกสาปแช่ง

เยเรมีย์ 23:21 "เรามิได้ใช้ผู้พยากรณ์เหล่านั้น แต่เขาทั้งหลายยังวิ่งไป เราไม่ได้พูดกับเขาทั้งหลาย แต่เขาทั้งหลายยังพยากรณ์

มัทธิว 7:21 มิใช่ทุกคนที่ร้องแก่เราว่า `พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า' จะได้เข้าในอาณาจักรแห่งสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้ 7:22 เมื่อถึงวันนั้นจะมีคนเป็นอันมากร้องแก่เราว่า `พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ได้พยากรณ์ในพระนามของพระองค์ และได้ขับผีออกในพระนามของพระองค์ และได้กระทำการมหัศจรรย์เป็นอันมากในพระนามของพระองค์มิใช่หรือ' 7:23 เมื่อนั้นเราจะแจ้งแก่เขาว่า `เราไม่เคยรู้จักเจ้าเลย เจ้าผู้กระทำความชั่วช้า จงไปเสียให้พ้นจากเรา'

       บุตรของมนุษย์เอ๋ย เจ้าเห็นกระดูกใดๆเหล่านี้ ถูกปกคลุมด้วยการงานของกฏหมาย หรือความพยายามใดๆของน้ำมือของพวกเขาเองไหม ? เปาโลอัตรทูตของเรา ได้นับการงานของตัวเขาเองที่ซึ่งเขาได้พิจารณาเป็นสิ่งที่มีค่า แต่ไม่ได้มีความหมายอะไร เป็นแต่มูลสัตว์ หลังจากที่เราได้เปิดตาของเขา เพื่อที่จะเห็นความจริงเกี่ยวกับความมืด ที่เขาได้ดำเนินชีวิตอยู่ (ฟิลิปปี 3:8-10)?

ฟิลิปปี 3:8 ที่จริงข้าพเจ้าถือว่าสิ่งสารพัดไร้ประโยชน์เพราะเห็นแก่ความประเสริฐแห่งความรู้ถึงพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า เพราะเหตุพระองค์ ข้าพเจ้าจึงได้ยอมสละสิ่งสารพัด และถือว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเหมือนหยากเยื่อ เพื่อข้าพเจ้าจะได้พระคริสต์ 3:9 และจะได้ปรากฏอยู่ในพระองค์ ไม่มีความชอบธรรมของข้าพเจ้าเองซึ่งได้มาโดยพระราชบัญญัติ แต่มีมาโดยความเชื่อในพระคริสต์ เป็นความชอบธรรมซึ่งมาจากพระเจ้าโดยความเชื่อ 3:10 เพื่อข้าพเจ้าจะได้รู้จักพระองค์ และฤทธิ์เดชแห่งการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ และร่วมทุกข์กับพระองค์ คือยอมตั้งอารมณ์ตายเหมือนพระองค์

        เจ้าเห็นไหมว่า ความสว่างของเรานั้นสามารถที่จะทำให้การงานต่างๆที่ซึ่งเปาโลครั้งหนึ่งได้เชื่อวางใจอยู่นั้น ไม่ได้มีความหมายอะไร แต่เป็นความโง่เขลาหลังจากสายตาของเขา ได้ถูกเปิดออกเพื่อที่จะเห็นสิ่งที่ถูกต้องในสายตาของเรา เราจะไม่กระทำอย่างเดียวกันกับพวกเขาเหล่านั้นทั้งหมดที่ได้หันกลับหาเรา ทูลถามเราเพื่อที่จะเปิดตาพวกเขาเพื่อที่จะเห็นความจริงของเรา

       ความดีงามของเรา ความเมตตากรุณาของเรา และความรักของเราจะไม่ทรงนำพวกเขากลับใจหันออกมาจากการโกหกต่างๆเหล่านี้เข้ามาสู่ความจริงของเราหรือ ? แต่อีกครั้งเราได้ถามเจ้า เป็นการยากลำบากมากมายนักหรือ สำหรับมนุษย์ที่จะไม่ตกลงเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาเห็นและเชื่อวางใจในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง ?

         บุตรของมนุษย์เอ๋ย เจ้ายังคงแปลกใจใช่ไหมว่า มีสิ่งอื่นใดอีกที่เป็นเครื่องมือที่ซาตานใช้ดอกสว่านปาดวงตาในประชากรของเราเพื่อทำให้มืดบอด จากนั้นพวกเขาอาจจะถูกนับคิดบัญชีอยู่ในความมืดที่เหมือนกับแสงสว่าง เป็นไปได้ไหมที่มนุษย์คนใด ผู้ซึ่งถูกหลอกลวงจะรับรู้ว่าเขาได้ถูกหลอกลวงอยู่ ?

         เจ้าไม่ได้รู้จักหรือว่า สิ่งเหล่านั้นที่ได้ลอกเลียนแบบ ลวงตาลวงใจ  สิ่งเหล่านั้นยังคงสม่ำเสมอที่จะเป็นการโกหก ที่ได้รู้สึกความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นความจริง หรือสิ่งเหล่านั้นยังคงมีความผิดพลาดอย่างสม่ำเสมอซึ่ง ได้รู้สึกความเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

      ซาตานตัวเขาเองได้ยังคงสม่ำเสมอ ที่จะเข้าใจคิดว่าเขาเป็นทูตสวรรค์ของความสว่างและพวกปีศาจเหล่านั้นยังคงเข้าใจอย่างสม่ำเสมอว่า พวกเขาได้ทำการช่วยเหลือ ทำมิชชั่นของความถูกต้องชอบธรรม หมาป่าที่น่าเวทนา น่าสมเพช พวกผู้พยากรณ์เท็จเหล่าโน้น และครูสอนเทียมเท็จทั้งหลาย พวกเขายังคงสม่ำเสมอที่จะความเข้าใจคิดว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในลูกแกะ

       สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดได้ดำรงอยู่ในโลกของความเสื่อมสลายเท่านั้น เพราะว่าโลกของความมืด นั้นได้ถูกคอรัปความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ทั้งหมดและไม่มีมนุษย์ผู้ใดท่ามกลางเจ้าผู้ซึ่งสามารถที่จะเข้าใจแยกแสงสว่างออกมาจากความมืด ที่ได้ปรากฏเหมือนแสงสว่าง ในความจริงนั้นสิ่งที่ได้คอรัปชั่น นั้นยังคงสม่ำเสมอปรารถนาที่จะคอรัปชั่น แทนที่ปรารถนาเป็นความถูกต้อง(ความจริง)(เยเรมีย์ 5:30,31; อิสยาห์ 30:9-13/II ทิโมธี 4:3,4).

เยเรมีย์ 5:30 สิ่งที่น่าตกตะลึงและน่าหวาดเสียวได้เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ 5:31 คือผู้พยากรณ์ได้พยากรณ์เท็จ และบรรดาปุโรหิตก็ปกครองตามการชี้นิ้วของเขา และประชาชนของเราชอบที่มีการอย่างนี้ แต่เจ้าทั้งหลายจะกระทำอะไรเมื่อกาลสุดปลายมาถึง"

อิสยาห์ 30:9 เพราะว่าเขาทั้งหลายเป็นชนชาติดื้อดึง เป็นลูกขี้ปด เป็นหลานที่ไม่ยอมฟังพระราชบัญญัติของพระเยโฮวาห์ 30:10 ซึ่งกล่าวแก่พวกผู้ทำนายว่า "อย่าเห็นเลย" และแก่ผู้พยากรณ์ว่า "อย่าพยากรณ์สิ่งที่ถูกต้องแก่เราเลย จงพูดสิ่งราบรื่นแก่เรา จงพยากรณ์มายา 30:11 ออกจากทางเสีย หันเสียจากวิถี ให้องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลพ้นหน้าพ้นตาของเราเสีย" 30:12 เพราะฉะนั้นองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า "เพราะเจ้าดูหมิ่นถ้อยคำนี้ และวางใจในการบีบบังคับและการทุจริต และพึ่งอาศัยสิ่งเหล่านั้น 30:13 เพราะฉะนั้นความชั่วช้านี้จะเป็นแก่เจ้าเหมือนกำแพงสูงแยกออกโผล่ออกไปกำลังจะพัง ซึ่งจะพังอย่างปัจจุบันทันด่วนในพริบตาเดียว

2 ทิโมธี 4:3 เพราะจะถึงเวลาที่คนจะทนต่อคำสอนอันถูกต้องไม่ได้ แต่เขาจะรวบรวมครูไว้ให้สอนในสิ่งที่เขาชอบฟัง ตามความปรารถนาของตนเอง 4:4 และเขาจะบ่ายหูจากความจริง หันไปฟังเรื่องนิยายต่างๆ

       ไม่มีมนุษย์คนใดมอบความคิดของเขา ต่อหนึ่งในสิ่งเหล่านี้ที่รู้สึกลวงตาลวงใจ ยกเว้นความรู้สึกนึกคิดนั้นได้ถูกคอรัปด้วยความมืด  ที่ซึ่งเป็นการลอกเลียนแบบของซาตานยังสม่ำ เสมอ ที่จะให้ความเข้าใจรู้สึกไปว่าพวกเขาเป็นคนสำคัญ มากกว่าที่ความเป็นจริงแล้วพวกเขาเป็นอย่างไร  เจ้าไม่คิดหรือว่าผู้ใดของประชากรของเรา ที่ได้เต็มใจเชื่อในการโกหกเหล่านี้          ถ้าเขารู้ในหัวใจของพวกเขาว่าสิ่งนั้นเป็นการลอกเลียนแบบ หลอกลวงของการโกหกของซาตาน ?

      พลังอำนาจของซาตานไม่ได้พบในการโกหกทั้งหลายที่เขาเป็นพ่อของการโกหก แต่มากไปกว่านั้นอำนาจของซาตานนั้นได้พบในการลอกเลียนแบบ ลวงตาลวงใจที่เขาได้หลอกลวงด้วยกันกับสิ่งนั้น เจ้าไม่เห็นหรือว่าผ่านทางการลอกเลียนแบบลวง ตาลวงใจของการโกหกต่างๆที่เขาได้พูดกับอาดัมและอีฟ  เขาสามารถทำให้สิ่งที่ต้องห้ามและชั่วร้ายและทำให้ปรากกดูเหมือนในสายตาของพวกเขาเหมือนบางสิ่งบางอย่าง ที่น่าความปรารถนาและเป็นความพึงพอใจ ถูกใจ เพลิดเพลิน  ?

      บัดนี้เจ้าเห็นไหมว่า ผ่านทางการลอกเลียนแบบของการโกหก ความมืดได้ประโยชน์โดยการเข้าสู่ในหัวใจและความคิดของประชากรของเรา เราได้เข้ามาเป็นแสงสว่างเข้าสู่โลกนี้หรือไม่  แสงสว่างแท้ซึ่งได้มีพลังอำนาจเพื่อที่จะทำลาย พลังอำนาจของความมืดที่ซึ่งได้ลอกเลียนแบบและเข้าใจว่าสิ่งนั้นเป็นแสงสว่าง ?

เอเฟซัส 5:14 เหตุฉะนั้นพระองค์ตรัสแล้วว่า `คนที่หลับอยู่จงตื่นขึ้นและจงฟื้นขึ้นมาจากความตาย(ความคิดฝ่ายเนื้อหนัง) และพระคริสต์จะทรงส่องสว่างแก่ท่าน'

       มีพลังอำนาจสองอย่างและมีคำสอนสองรูปแบบ ด้านหนึ่งคือเป็นทางความสว่าง และอีกด้านหนึ่งเป็นทางของความมืด ที่ได้ปรากฏดูเหมือนเป็นความสว่าง ทางของความมืดนี้เป็นทางซึ่งสม่ำเสมอที่ดูเหมือนจะถูกต้องในสายตาของพวกเขาเหล่านั้น ผู้ซึ่งการมองเห็นของได้ถูกคอรัปชั่น

       นี้คือในทางของความมืดที่ตัวอักษรของพระคำนั้น ได้ลอกเลียนแบบปรากฏขึ้นเป็นเหมือนความจริงของคำพูด บุตรของมนุษย์เอ๋ย ไม่มีการลอกเลียนแบบ ลวงตาลวงใจไหนที่จะมีอำนาจมากไปกว่าการหลอกลวงเมื่อซาตาน ได้ใช้ข้อพระคำภีร์ของพวกเขาเพื่อที่จะหลอกลวงหัวใจและความคิดของประชากรของเรา  (II โครินธ์ 2:17 )."  NEXT 

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 03 กันยายน 2010 เวลา 20:15 )